ระบบอัตโนมัติและการปรับปรุงประสิทธิภาพของSoftware การตรวจสอบโครงสร้างโลหะ

 

1. เกรนคือ ?

คุณสมบัติทางกลจะแตกต่างกันออกไปตามวัสดุของโลหะนั้นๆ ( คุณสมบัติเช่น ความทนทานต่อแรงภายนอก
ไม่ว่าจะเป็นแรงดึง หรือแรงดัน ) และจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้งานโลหะให้เหมาะสม
นอกจากนี้ถ้าผ่านกรรมวิธีทางความร้อน จะทำให้โครงสร้างและคุณสมบัติเปลี่ยนไป
ดังนั้นการตรวจสอบเกรนจึงเป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของโลหะที่ดีที่สุด

การวิเคราะห์เกรนของโครงสร้างโลหะคืออะไร?

 

2. วิธีการวัดขนาดเกรน

 

1 การเปรียบเทียบภาพมาตรฐานและกล้องจุลทรรศน์โลหะ (วิธีการเปรียบเทียบ)
2 การเปรียบเทียบโดยการใช้ไมโครมิติเตอร์มองผ่านกล้องจุลทรรศน์โลหะ (วิธีการเปรียบเทียบ)
3 การใช้ไมโครมิติเตอร์มองผ่านกล้องจุลทรรศน์โลหะเพื่อสังเกตพร้อมเปรียบเทียบ (วิธีตัด)
4 ใช้กล้องและSoftware ในการวัดขนาด (วิธีนับ/กำหนดพื้นที่ ,วิธีตัด)
ตัวอย่าง 4 วิธี

การวิเคราะห์ขนาดเกรนของโครงสร้างโลหะคืออะไร?

 

3. การวัดขนาดเกรนแบบอัตโนมัติโดยใช้ Software

แม้ว่าจะเหมือนกับการวัดขนาดแบบ software ข้างต้น แต่สามารถที่จะวัดแบบอัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพ

สามารถดูรายละเอียดกล้องจุลทรรศน์สำหรับงานโลหะได้

กล้อง 5.0 Megapixel USB3.0

HDCT-500DN3

Software ประมวลผลภาพและวิเคราะห์ ประสิทธิภาพสูง

WinROOF 2021 Standard

Software วิเคราะห์เกรนเป็นอุปกรณ์เสริม

 

4. Software วัดขนาดเกรนที่ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

(1) วิธีการเปรียบเทียบ
เป็นวิธีการตรวจสอบด้วยสายตา ตัวอย่างเช่น ภาพโครงสร้างโลหะที่ส่องโดยกล้องจุลทรรศน์
ภาพตัวอย่างเกรนกำลังขยาย 100เท่า ( มาตรฐาน JIS G 0551 ) และภาพมาตรฐาน
โดยเปรียบเทียบจาก กระบอกตา ไมโครมิเตอร์
วิธีนี้เป็น วิธีหาค่าเกรนที่ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากที่สุด

แต่ด้วย software นี้จะทำให้สามารถคำนวณหาค่าเกรนได้อย่างง่ายดาย โดยการลือกภาพมาตรฐาน
พร้อมกับสังเกตภาพจากกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่สะดวกสบายในการตรวจสอบแบบ Real Time

 

(2) วิธีการนับ / การสร้างพื้นที่ และวิธีตัด
เป็นวิธีที่สร้างเส้นสมมติขึ้นมาบนภาพที่ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์
และคำนวณหาพื้นที่และขนาดของเกรน

 

 

 

(3) การแยกเกรน
เป็นการแยกขอบของเกรนให้ออกมา ชัดเจนมายิ่งขึ้น

 

5. สรุป

หากต้องการความละเอียดในการตรวจสอบเกรน ปัจจัยสำคัญคือ ฟังก์ชั่นของตัว Software
เพื่อทำให้ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเอง

Software และชุดกล้องที่เหมาะกับการวัดขนาดรอยเชื่อม

Index
1. การตรวจสอบรอยเชื่อม
2. กระปรับภาพสำหรับการวัดขนาด
3. การถ่ายภาพและการวัดขนาด
4. หน้าที่ของ software การวัดขนาด
5. Software และกล้องจุลทรรศน์

 

การเชื่อมในงานโลหะ
รอยเชื่อมนั้นนับเป็นส่วนสำคัญของความปลอดภัยในตัวของงาน
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบรอยเชื่อม ว่าได้ขนาดที่เหมาะสมหรือไม่
ตรวจสอบพื้นที่การเชื่อมว่า มีปัญหาตรงส่วนไหนหรือไม่

ก่อนการประมวลผล
การเตรียมการเบื้องต้น สำหรับการตรวจสอบารวัดรอยเชื่อม
1 ตัดตัวชิ้นงาน
2 ขัดตรงส่วนที่ต้องการตรวจสอบ
3 การกัดด้วยสารเคมี เพื่อทำให้รอยเชื่อมเห็นได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ทางเราจะขอแนะนำในส่วนของตัว software


การถ่ายภาพและการวัดขนาด
สามารถถ่ายภาพและวัดขนาดได้ทันที

รายละเอียดดังนี้
– สร้างเส้นอ้างอิง
– วัดระยะจากเส้นอ้างอิงถึงจุดที่กำหนด
– วัดขนาดเส้นคู่ขนาน
– วัดระยะจากเส้นอ้างอิงเป็นแนวตั้ง

ในกรณีที่มีจุดที่ต้องการวัดหลายจุด อาจจะต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างมาก

Software ของทางเรามีฟังก์ชั่นที่ครอบคลุมการวัดขนาด ทำให้ใช้เวลาที่ละลงได้
แม้ว่าจะมีจุดที่ต้องตรวจสอบหลายจุดก็ตาม

ความสามารถของ Software ที่ใช้ในครั้งนี้

1 การสร้างเส้น Cross Line
สามารถสร้างเส้นได้โดยการคลิกเมาส์บนภาพ
ถ้าต้องการเปลี่ยนตำแน่งสามารถคลิกอีกครั้งเพื่อย้ายตำแหน่งได้

 

อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนสีและความหนาของเส้นได้

2 เครื่องมือการวัดที่หลากหลาย
มีรูปแบบการวัดที่หลากหลาย อีกทั้งนอกจากจะใช้เป็นการวัดขนาดแล้ว
ยังสามารถใช้เป็นการสร้างเส้นสำหรับการอ้างอิงได้อีกด้วย
ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน
อีกทั้งยังสามารถที่จะเปลี่ยนสี เส้น ข้อความเฉพาะส่วนที่ต้องการได้อีกด้วย

 

■ วัดระยะห่างของจุด2จุด
■ ระยะห่างเส้นขนาน
■ ระยะห่างเส้นแนวนอน
■ ระยะห่างเส้นแนวต้งั
■ ระยะห่างเส้นต้งั ฉาก
■ ระยะห่างก่งึ กลางวงกลม
■ พิกัดของจุด
■ องศาของ 3 จุด
■ องศาของ 4 จุด
■ วงกลมที่กำหนด 3 จุด
■ วงกลมใกล้เคียง
■ สี่เหลี่ยมผืนผ้า
■ วงรี
■ เส้นตรงที่ใกล้เคียง
■ เส้นโค้งของ 3 จุด
ต่างๆ

③ ฟังก์ชันปรับขอบอัตโนมัติ

หากเลื่อนเมาส์ไปใกล้กับเส้นขอบที่ต้องการวัด เคอร์เซอร์จะพอดีกับขอบโดยอัตโนมัติ
ทำให้สามารถลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ และทำการวัดอย่างแม่นยำได้

④ฟังก์ชั่นซูมดิจิตอล

สามารถซูมเข้า / ออก ด้วยการใช้Scrollเมาส์
ตรงจุดที่ระบุเพื่อทำการซูมเข้า ซูมออก
ทำให้ข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ลดลง
เป็นฟังค์ชั่นที่สะดวกและใช้งานง่าย

⑤ แสดงสเกล
สามารถปรับขนาดขนาดที่ต้องการ และวางตรงตำแหน่งใดก็ได้

⑥สามารถจัดทำรีพอร์ตได้เพียงคลิ๊กเดียว
โอนข้อมูลการวัดไปยัง Excel ด้วยการคลิ๊กปุ่มส่งออกExcel
สามารถประมวลผลข้อมูลและแสดงกราฟบน Excel ได้อย่างง่ายดาย
รูปภาพ,ค่าที่วัด / รูปภาพที่มีเส้น จะถูกส่งออกไปยัง Excel ในภาพเดียว
เป็นฟังก์ชั่นสามารถช่วยทำรายงานได้อย่างง่ายดาย ในเวลาที่รวดเร็ว

 

คลิ๊ก พื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับซอฟต์แวร์

● ซอฟต์แวร์สำหรับวัดขนาด MF Ship

 

คลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Microscope
● USB3.0 microscope TG500CS

 

วิเคราะห์ขนาดเกรนของโครงสร้างโลหะ

 

1.เกรนคืออะไร?

 

คือโครงสร้างโลหะที่ใช้ในทุกสาขา มีหลายประเภท
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานของชิ้นงานแต่ละประเภท
อย่างเช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า วัสดุที่ใช้จะต่างกัน

ในสภาวะที่โลหะบริสุทธิ์แข็งตัว ผลึกแต่ละผลึกจะเริ่มแข็งแรงตัวจากนิวเคลียสกันเพิ่มขึ้นของอะตอม
ที่เข้ารวมตัวกันตามรูปทรงของผลึกของโลหะนั้น ๆ การรวมตัวกันของอะตอมจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ
กันกับการเย็นตัวของโลหะ ซึ่งการจับยึดตัว ของอะตอมต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้
เรียกว่า “Dendrite” การเจริญเติบโตของ Dendrite จะแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโลหะนั้นแข็งตัวหมดจึงจะหยุดการเจริญเติบโต
Dendrite ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน มันจะขยายตัวออกไปจนกระทั่งแขนงขยายตัวแผ่ออกไปชนกับแขนงของตัวข้างเคียง
ซึ่งหมายถึงการเจริญเติบโตของผลึกสิ้นสุดลงในช่วงนี้ของโลหะก็จะแข็งตัวหมดพอดี
ผลึกแต่ละผลึกจะมีขนาดไม่เท่ากันเนื่องจากการเติบโตของ Dendrite แต่ละตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน
จากการที่ผลึกแต่ละผลึกไม่เท่ากันนี้เอง ทำให้มีลักษณะเป็นเส้นแบ่งเขตแดนของเกรนแต่ละเกรนซึ่งเรียกว่า Grain Boundary
แม้ว่าจะเป็นโลหะ/โลหะผสมชนิดเดียวกัน
ถ้าผ่านกรรมวิธีทางความร้อนแล้ว จะทำให้โครงสร้างและคุณสมบัติเปลี่ยนไป

ดังนั้นการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

・ออสเทนไนท์
เป็นเหล็ก ทรงกลมที่หันหน้าเข้าหากัน

・เฟอร์ไรท์
คือ สสารชนิดหนึ่งที่แยกตัวกัน

 

2. วิธีวิเคราะห์ขนาดของเกรน

 

(1) การเทียบกับภาพมาตรฐาน (โดยวิธีการการเปรียบเทียบ)

เบื้องต้นเริ่มต้นการสังเกตด้วยกล้องจุลทรรศน์โลหะ โดยการนำตัวชิ้นงานที่ต้องการจะตรวจเช็คไปขัด
เปรียบเทียบโดยการสังเกตด้วยสายตา จากรูปภาพมาตรฐานของเม็ดเกรน
ขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์โลหะที่กำลังขยาย(× 100) JIS G 0551 เพื่อประเมินขนาดของเกรน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกล้องส่องโลหะ

อย่างไรก็ตาม หากส่องจากกล้องจุลทรรศ์โดยตรง อาจจะเกิดปัญหาที่ยุ่งยาก

 

(2) การเทียบผ่านช่องมองตาที่มีสเกลฝังอยู่ในเลนส์ (โดยวิธีการการเปรียบเทียบ)
ไมโครมิเตอร์ (เรติเคิล) ที่มีขนาดฝังอยู่ในเลนส์ใกล้ตา
ใช้งานร่วมกับกล้องจุลทรรศน์โลหะ เปรียบเทียบตัวอย่างรูปแบบมาตรฐานกับเกรนที่ขยายใหญ่ขึ้น
สังเกตและเปรียบเทียบด้วยสายตาพร้อมประเมินขนาดของเกรน
สามารถสังเกตและเปรียบเทียบได้ในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องละสายตาจากกล้องจุลทรรศน์

สเกล R1901 ผลิตโดย Shibuya Optical Co., Ltd.

 

(3) การเทียบผ่านช่องมองตาที่มีสเกลฝังอยู่ในเลนส์ (โดยวิธีการการนับ/พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส, การตัด)
ไมโครมิเตอร์ (เรติเคิล) ที่มีขนาดฝังอยู่ในเลนส์ใกล้ตา
ใช้งานร่วมกับกล้องจุลทรรศน์โลหะ เปรียบเทียบตัวอย่างรูปแบบมาตรฐานกับเกรนที่ขยายใหญ่ขึ้น
เป็นวิธีมาตรฐาน JIS G0551 / ASTM E112
สำหรับคำนวณขนาดของเม็ดเกรนโดยหาความยาวเฉลี่ยของเม็ดเกรน

R2010-24 มาตราส่วนวิธีการทดสอบขนาดอนุภาคเหล็ก – เกรน (วิธีตัด)ที่ผลิตโดย Shibuya Kogaku Co., Ltd.

 

(4)การวัดขนาดอนุภาคโดยใช้กล้อง (โดยการเทียบ,นับ / พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส, วิธีตัด)

หากติดตั้งกล้องดิจิตอลกับกล้องจุลทรรศน์ส่องโลหะ จะสามารถทำการวัดขนาดอัตโนมัติได้

กล้อง USB3.0 (5 Megapixel)

รายละเอียดเพิ่มเติม

ซอฟต์แวร์สำหรับส่องอนุภาคเหล็ก

รายละเอียด WinROOF 2021 Standard

※ซอฟต์แวร์นี้เป็นฟังค์ชั่นเสริม ที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ขนาดเกรน
 

สามารถคำนวนขนาดของเม็ดเกรนโดยค่าที่คำนวน
ได้รับการองรับจากเฟอร์ไรท์ออสเทนไนต์ตามมาตฐาน JIS G 0551 ASTM E112และการวัดโลหะที่ผสมทองแดงตามมาตฐาน JIS H 0551
บันทึกข้อมูลและคำนวนขนาดของเกรนได้โดยอัตโนมัติ การคำนวนนี้จะใช้วิธีการตัดและนับจากจุดที่ทำการส่อง และบันทึกข้อมูลในรูปแบบ CSV หรือ Excel ได้

 

วิธีนี้ สามารถทำการวัดอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
 

3. สรุป

กรณีใช้งานไม่บ่อยนัก สามารถลดต้นทุน วิเคราะห์ขนาดเกรนด้วยวิธีการใช้ไมโครมิเตอร์ได้

แต่หากกรณีที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง แนะนำให้ติดตั้งกล้องดิจิตอล และใช้ซอฟต์แวร์ในการวิเคราะห์
เพื่อช่วยประหยัดแรงงาน
ซอฟต์แวร์ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆนอกจากนี้อีกด้วย

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด →วิเคราะห์อนุภาคของโครงสร้างโลหะอัตโนมัติ และวัดขนาด

การเลือกใช้ไมโครสโคปอย่างถูกต้อง

การเลือกใช้ไมโครสโคปอย่างถูกต้อง

วิธีการเลือกกล้องไมโครสโคปนั้น เราจะแบ่งออกเป็นสามหัวข้อหลักๆด้วยกัน
<ขั้นตอนที่ 1> การเลือกขั้นพื้นฐาน

  • การเลือกเลนส์และกำลังขยาย
    กล้องไมโครสโคปแตกต่างจากกล้องจุลทรรศน์คือไม่มีกำลังขยายแน่นอน , โดยให้ดูว่าต้องการพิ้นที่การสังเกต(FOV)บนหน้าจอมากแค่ไหน ซึ่งบริษัท ของเราจะแบ่งออกเป็นสี่ช่วงใหญ่ๆดังนี้
  • ขยายต่ำ 5-50X (68 X 51mm FOV ~ 7.0 X 5.3mm FOV)
    ●ขยายขนาดกลาง 20-140X (17.5 X 13.2mm FOV ~ 2.7 X 2.0mm FOV)
    ●กำลังขยายสูง 1, 40-240X (9.0 X 6.7mm FOV ~ 1.4 X 1.0 FOV)
    ●กำลังขยายสูง 2, 80-480X  (4.5 x 3.3mm FOV ~ 0.7 X 0.5 FOV)
    ●ขยายสูงพิเศษขยายสูงสุดเป็นมากกว่า 1000X(2) ระยะการทำงาน
    คือระยะห่างจากด้านหน้าของเลนส์ถึงตัววัตถุ
    เลนส์ของบริษัท ของเรานั้นเป็นเลนส์ซูม ( ” เลนส์มาโครเลนส์ซูมมาโคร ” link.) มันจะมีระยะโฟกัสที่ตายตัว แต่ว่า ยิ่งกำลังขยายมากขึ้น ระยะการทำงานก็จะน้อยลงไปด้วย ซึ่งเป็นลิมิตของตัวเลนส์

    (3) ความเร็วการแสดงผลวีดีโอ(FPS)
    หากทางลูกค้าสนใจที่จะทำการตรวจสอบจากการดู ควรเลือกกล้องแบบต่อจอโดยตรง
    (กล้องที่ต่อเข้าหน้าขอโดยตรง จะได้ FPS ที่สูงกว่า) ตัวกล้องสามารถถ่ายรูปได้ แต่ว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ในการเปิดดู
    .ถ้าลูกค้าต้องการทำการประมวลข้อมูลจากตัวภาพเช่น (การวัดขนาด, หยุดภาพ, การถ่ายภาพช่วงเวลาที่มีการแสดงรายการวิดีโอที่) และต้องการกล้องที่มีความละเอียดสูง กล้องประเภท USB ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

<STEP2> เลือกความละเอียกของตัวกล้อง
■ประเภทกล้องที่ต่อเข้าจอภาพโดยตรง
วีดีโอ (640X480) ต่อจอโดยตรง (1280×1024) ต่อจอโดยตรง แบบความละเอียดสูง (1920X1080) (FULL HD)โดยถ้าเป็นกล้องแบบความละเอียดสูง ความละเลีอดของเซนเซอร์กล้องจะออกมาเท่ากับความละเอียดของหน้าจอ Full HD ทำให้ได้คุณภาพภาพสูงสุด
■หากประเภท USB
CCD 1.4 ล้านพิกเซล, 300 ล้านพิกเซล แบบ CMOS, 500 ล้านพิกเซลแบบ CMOS และเลือกจากที่นี่ (สำหรับความแตกต่างของกล้อง CCD และ CMOS  “ความแตกต่างของ CMOS และ CCD“.)
ในกรณีที่เป็นกล้อง USB ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง USB2.0 และ USB3.0

<STEP3> แบบของไฟที่ติด
พื้นฐานของเราจะเป็นแสงวงแหวน
ถ้ากำลังขยายสูงและความสว่างไม่พอ ก็สามาเลือกใช้ไฟโคแอกเชียลทดแทน(ไฟแกนร่วม)
*อื่นๆ ส่องสว่างแบบเป็นโดม  สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มแสง และช่วยลดแสงสะท้อน

 

PC Monitor Direct Microscope

 

Q : ข้อดี และข้อเสียของ PC Monitor Direct Microscope
A
เป็น Microscope ประเภทที่แสดงภาพ โดยการเชื่อมต่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์
หรือหรือหน้าจอโทรทัศน์โดยตรง ด้วย 15pinMINI D – sub
ข้อดี คือ ให้ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายจาก Video Microscope ได้อย่างราบรื่น
และแสดงผลตามความละเอียดของภาพจาก USB Microscope ได้อย่างสมบูรณ์
ข้อเสีย คือ เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อกับหน้าจอโดยตรง ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดเกี่ยวกับ
วิธีการบันทึกภาพ

สำหรับวิธีการบันทึกภาพ สามารถแบ่งออกเป็นวิธีการใหญ่ได้ 2 วิธี
1. วิธีการบันทึกลงใน USB Memory ที่แถมมาให้กับตัวกล้อง
    ( เช่น รุ่น TG130XGA2 เป็นต้น )
2. วิธีการบันทึกโดยใช้ Capture Board ( ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเท่านั้น )
อ้างอิงรายละเอียดจาก [ วิธีการเชื่อมต่อสัญญาณ Analog RGB เข้ากับ PC ]

มีฟังค์ชั่นสร้าง  Arbitrary Line
PC Monitor Direct Microscope
TG80XGA3
< ฟังค์ชั่นเพิ่มเติม >
มีฟังค์ชั่นสร้าง Arbitrary Line  ในแนวตั้งสูงสุดได้ 4 เส้น
และแนวนอนสูงสุด 4 เส้น

มี USB Memory Slot
PC Monitor Direct Microscope
TG130XGA3
< ฟังค์ชั่นเพิ่มเติม >
มี USB Memory Slot
มีฟังค์ชั่น HDR ( ฟังค์ชั่นควบคุม halation )

※ ท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อที่ฝ่าย Technical Support

 

 

Q : ต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วย Video Microscope จะต้องทำอย่างไร ?(video)

Q : ต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วย Video Microscope จะต้องทำอย่างไร ?

A : สำหรับสัญญาณวิดีโอ จะมีอุปกรณ์รองรับมากมาย เช่น Harddisk หรือ Digital Video

Record ( DVR ) , อุปกรณ์ Converter เป็น USB เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้ เป็นอุปกรณ์ที่

สามารถหามาใช้งานได้ไม่ยาก และในกรณีที่ต้องการบันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน

สามารถใช้อุปกรณ์ตามท้องตลาดที่มีอยู่หลายแบบ ควบคู่กับ Harddisk , Card Video

Recorder ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถพกพาไปมาสะดวก หรือเลือกใช้ Card แต่ละประเภท

 

※ ในกรณีที่จะใช้อุปกรณ์รองรับอื่นๆ ขอให้ตรวจเช็คให้ดีว่า อุปกรณ์เหล่านั้นมี Terminal

สำหรับส่งสัญญาณภาพไปที่หน้าจอหรือไม่ ไม่เช่นนั้นแล้ว จะไม่สามารถดูภาพผ่าน

ทางหน้าจอได้ นอกจากนี้ ในกรณีใช้ DVR ซึ่งเป็น Video Recorder ดังนั้นจึงมีกรณีที่

ไม่สามารถบันทึกภาพนิ่งได้

 

ก่อนใช้งานอุปกรณ์แต่ละประเภท กรุณาตรวจเช็ค Specification การใช้งานให้ดีด้วย

 

ที่บริษัทของเรา มีการใช้อุปกรณ์ดังต่อไปนี้อยู่

– Video Recorder รองรับ SD card , สามารถบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวมีขนาด

เท่าฝ่ามือ พกพาได้สะดวก

– Video Recorder รองรับ USB memory , สามารถบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว

มีฟังก์ชั่นแยกสัญญาณ และสามารถแสดงผลได้ 2 หน้าจอ เช่น ซ้าย – ขวา / บน – ล่าง

 

อุปกรณ์ทั้ง 2 ประเภทด้านบนนี้ สามารถบันทึก , ดูภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว

คลิ๊ก Vi deo Microscope แต่ละประเภท

 

 

Video Recorder

GRAV-1

รองรับ USB memory และมีฟังค์ชั่นแยกสัญญาณ

 

Video Recorder รองรับ SD card

GRSD-TV3

 

 

< ตัวอย่างการใช้งาน : กรณีที่ใช้ GRAV-1 >

 

 

< ตัวอย่างการใช้งาน : กรณีที่ใช้ GRSD-TV3 >

 

บันทึกสัญญาณวิดีโอลงใน SD card ได้ง่าย

ดูภาพที่คอมพิวเตอร์ได้ทันที รองรับ External Trigger ที่ใช้งานสะดวก

 

กรุณาสอบถามรายละเอียดที่เหมาะสมกับการใช้งานกับ Techincal Support ของเรา

Q : โคมไฟแกนร่วม คือ?

Q :          โคมไฟแกนร่วม คือ?

A :โคมไฟแกนร่วมคือ เลนส์ที่มีโคมไฟติดตั้งอยู่ภายในทางเดินแสง ซึ่งทำงานโดยวิธีการใช้แสงในเส้นทางเดียวกัน

(เหมาะสำหรับการสังเกตชิ้นงานที่มีพื้นผิวเป็นกระจก เช่น  แผ่นซิลิคอนเวเฟอร์, วัตถุที่ชุบโลหะ, วัตถุโลหะขัด เป็นต้น)

 

 

เมื่อเปรียบเทียบการใช้งานของโคมไฟแกนร่วม กับโคมไฟแบบให้แสงสว่าง (เช่น ห่วงไฟ เป็นต้น) จะเห็นความแตกต่างที่ปรากฏในภาพ

   ด้านล่างเป็นภาพขณะสังเกตแผ่นทดสอบแบบกระจกใส

ที่มีลวดลายที่ชุบโครเมียมอยู่ (ภาพซ้าย)

(ใช้โคมไฟแกนร่วม)                                                    (ใช้ห่วงไฟ)

จะเห็นว่าภาพที่ใช้ห่วงไฟจะดูเป็นธรรมชาติกว่าแต่ ความคมชัดของกระจก และส่วนลวดลายจะมีการสะท้อนของแสงสูง

เนื่องจากเป็นส่วนที่ชุบโครเมียมนั้น ภาพที่ใช้โคมไฟแบบแกนร่วมจะมีความคมชัดกว่า

ซึ่งการใช้โคมไฟแบบแกนร่วมจะเหมาะสำหรับการตรวจสอบในบางกรณีเท่านั้น

(ดั่งกรณีที่กล่าวข้างต้น  เป็นการตรวจสอบรอยขีดข่วนและความบกพร่องของวัตถุที่เคลือบด้วยโครเมียม

การใช้โคมไฟแบบแกนร่วมจะทำให้สังเกตภาพได้ง่ายกว่า)

<กรณีที่เหมาะกับการใช้โคมไฟแบบแกนร่วม>

โดยทั่วไป จะใช้ในการสังเกตวัตถุที่มีลักษณะสะท้อนแสงคล้ายกระจก (มีผิวกระจก) หรือ เป็นวัตถุที่มีการสะท้อนแสงมากๆ

ความแตกต่างในการสะท้อนแสงจะทำให้ได้ภาพที่คมชัด

 

∙ วัตถุชุบโลหะ

(ใช้โคมไฟแกนร่วม)                                                     (ใช้ห่วงไฟ)

・ลวดลายบนแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์

 

(ใช้โคมไฟแกนร่วม)                                                     (ใช้ห่วงไฟ)

 

・ขั้วไฟฟ้าบนแผงวงจร (ส่วนที่ชุบทอง)

 

(ใช้โคมไฟแกนร่วม)                                                     (ใช้ห่วงไฟ)

 

 

<กรณีที่ไม่เหมาะกับการใช้โคมไฟแบบแกนร่วม>

วัตถุที่มีการกระจายแสงสูง  (เช่น กระดาษ, ไม้, เรซิ่นที่เป่าด้วยทราย เป็นต้น) ซึ่งพื้นผิวจะไม่มีความแตกต่างอันเนื่องมาจากการสะท้อนแสงสูง

(ซึ่งลักษณะที่ปรากฏจะเป็นจากการมองจากทุกมุมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง)

ดังนั้น ถ้าใช้โคมไฟแบบแกนร่วมสังเกตภาพจะทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด

จะเกิดเป็นภาพที่มีแสงสว่างเป็นจุด ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพการกระจายแสงของวัตถุ (Lambert)

(ปรากฏการณ์แสงสว่างตรงจุดศูนย์กลาง)

 

・กระดาษสีขาว (พิมพ์ตัวอักษรสีดำ)

 

(ใช้โคมไฟแกนร่วม)                                                     (ใช้ห่วงไฟ)

Q : โคมไฟส่องจากด้านบน

Q :     โคมไฟส่องจากด้านบน คือ?

A :เป็นอีกหนึ่งในวิธีการใช้แสงสำหรับการใช้กล้องจุลทรรศน์และดิจิตอลไมโครสโคป

วิธีการส่องแสงไฟจากด้านบนมาที่ตัววัตถุที่สังเกต มีรูปทรงที่หลากหลายขึ้นอยู่กับวิธีการติดตั้งและการใช้งาน

ตัวอย่าง ) ห่วงไฟ, LED Twin Arm, โคมไฟทรงโดม, โคมไฟทรงโค้ง, โคมไฟแกนร่วม เป็นต้น

 

  Ring Lighting GR10-N

   LED Twin Arm    SPF-D2

   Dome Lighting    DC-170W

   Arch Lighting      GAR-N

 

ใช้โคมไฟที่เหมาะสมกับชิ้นงานที่ต้องการสังเกตจะทำให้มีประสิทธิภาพต่อการทำงานมากที่สุด ในกรณีที่ติดตั้งกับเลนส์มักจะใช้กับโคมไฟแบบห่วงไฟ

 

ใช้โดยการติดตั้งห่วงไฟที่หน้าเลนส์ ยิ่งกว่านั้น ห่วงไฟยังมีหลากหลายมุม

 

กรุณาสอบถามรายละเอียดที่เหมาะสมกับการใช้งานของโคมไฟกับ Techincal Support ของเรา

 

วิธีการเปลี่ยน C Mount ให้เป็น CS Mount (camera)

วิธีการเปลี่ยน C Mount ให้เป็น CS Mount

เส้นผ่าศูนย์กลางของสกรูนั้นจะเท่ากันทั้ง C Mount และ CS Mount จะแตกต่างกันเพื่อแค่ ตัว C Mount จะมีความยาวช่วงท้ายเลนส์มากกว่าแบบ CS-Mount ซึ่งจะต่างกันอยู่ 5 มม.

ในกรณีที่ต้องการจะใช้ตัวกล้องประเภท C Mount คู่กับเลนส์ CS Mount ก็สามารถทำได้เพื่อแค่ถอดตัวแหวนข้อต่อ 5 มม. (5 mm., Adapter Ring) ที่ติดอยู่ที่ตัวกล้องออก ก็สามารถใช้ตัวกล้องประเภท C Mount คู่กับเลนส์ CS Mount ได้เลย

Q : ต้องการเพิ่ม Resulation มากขึ้น ( กรณีของ Video Microscope )

Q : ต้องการเพิ่ม Resulation มากขึ้น ( กรณีของ Video Microscope )

 

A :ตัว Video Microscope ไม่สามารถเพิ่ม Resulation ได้ เพราะว่าสัญญาณวิดีโอเดิมๆ

นั้น มี Resolution ต่ำอยู่แล้ว

วิธีการเพิ่ม Resolution โดยการเชื่อมต่อกับหน้าจอโทรทัศน์โดยตรง มีดังต่อไปนี้

  1. วิธีการใช้สัญญาณ Full HD
  2. วิธีการใช้สัญญาณ Analog RGB

 

เรามีทั้ง Full Hi-Vision Microscope ที่รองรับสัญญาณ Hi-Vision และ PC Monitor

Direct  Microscope ที่ใช้สัญญาณ Analog RGB

Full Hi-Vision Microscope คือ Microscope ที่มีการทำงานที่ลื่นไหลของ Video

Microscope บวกกับสามารถรองรับความละเอียดสูงด้วย

PC Monitor Direct Microscope คือ Microscope ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าหน้าจอ

โดยตรง โดยที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

เนื่องจากสัญญาณวิดีโอ , สัญญาณ Hi-Vision , สัญญาณ Analog RGB จะมีลักษณะ

ของ Terminal ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ขอความกรุณาระมัดระวังในการใช้งานด้วย

Video Microscope แต่ละประเภท

Hi-Vision Microscope แต่ละประเภท

 PC Monitor Direct Microscope  แต่ละประเภท